สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

เสาเข็ม กับ ความแข็งแรงของตัวบ้าน

เสาเข็ม กับ ความแข็งแรงของตัวบ้าน
  • เนื่องจากบ้านเราส่วนใหญ่มักอาศัยอยู่ในบ้านมากกว่าอยู่บนตึกสูง  อัตราเสี่ยงจากภัยดังกล่าวอาจจะน้อย  ที่สำคัญอัตราการเกิดแผ่นดินไหวที่รุนแรงก็น้อย  ดังนั้นขอเพียงบ้านที่สร้างอยู่มีความแข็งแรง  ถูกต้องตามมาตรฐานงานก่อสร้างก็พอ
  • ถ้าพูดถึงความแข็งแรงของบ้าน “เสาเข็ม”  ดูจะมีบทบาทมากที่สุด  เพราะเป็นส่วนประกอบที่สำคัญสำหรับการทำฐานรากของบ้าน  ถ้าเสาเข็มแข็งแรงฐานรากก็แข็งแรงด้วย  ถ้าฐานรากแข็งแรงบ้านก็แข็งแรงด้วย  ทั้งนี้ก็เพราะการถ่ายน้ำหนักของบ้าน  น้ำหนักหรือแรงที่กระทำจะเริ่มจากน้ำหนักของกระเบื้องหลังคาที่ถ่ายลงโครงหลังคาแล้วถ่ายน้ำหนักลงที่เสา  น้ำหนักของพื้น-ผนังแต่ละชั้นรวมทั้งเฟอร์นิเจอร์หรือน้ำหนักของผู้ที่พักอาศัย  น้ำหนักต่างๆ จะถ่ายลงคานแล้วถ่ายลงเสา  และจะมารวมกันลงที่ฐานรากของบ้าน  ฐานรากก็จะถ่ายน้ำหนักทั้งหมดลงสู่เสาเข็ม  เสาเข็มจึงมีความสำคัญกับความแข็งแรงของบ้านด้วยประการฉะนี้
  • ถ้าเสาเข็มไม่แข็งแรงบ้านอาจทรุดได้  การซ่อมแซมจะทำได้ยากและค่าใช้จ่ายสูงมาก  ฉะนั้นในการก่อสร้างบ้าน  ส่วนประกอบอื่นๆ ของตัวบ้านท่านสามารถลดสเปคเพื่อประหยัดได้  แต่เรื่องฐานรากและเสาเข็มไม่ควรลดหรือประหยัด  ต้องทำให้ถูกต้องตามแบบและตรวจสอบงานก่อสร้างให้ดี
  • เสาเข็มที่ใช้ในการสร้างบ้านส่วนใหญ่จะใช้เสาเข็มเจาะ  หรือเสาเข็มตอกขึ้นอยู่กับพื้นที่ในการทำงาน  การก่อสร้างบ้านที่อยู่ชิดหรือใกล้อาคารอื่นต้องใช้เสาเข็มเจาะขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 35 เซนติเมตร ยาวประมาณ 18-21 เมตร ขึ้นอยู่กับชั้นของทรายหรือดินแข็ง
  • เสาเข็มตอกจะใช้ในงานก่อสร้างบ้านในที่โล่ง  มีบริเวณกว้าง  เพื่อไม่ให้ความสั่นสะเทือนไปกระทบกับอาคารที่อยู่ข้างเคียง ขนาด ความยาว หรือจำนวนของเสาเข็มที่ใช้ในการสร้างบ้านขึ้นอยู่กับการออกแบบคำนวณการรับน้ำหนักของวิศวกร  ความยาวโดยทั่วไปประมาณ 16-21 เมตร  ขึ้นอยู่กับหน้าตัดของเสาเข็ม  ดินที่มีชั้นดินเป็นดินอ่อนอยู่ลึกมาก  การออกแบบจะใช้แรงเสียดทานระหว่างเนื้อดินและพื้นผิวของเสาเข็มในการถ่ายแรงรับน้ำหนักของตัวบ้าน
  • แต่ถ้าชั้นดินไม่ลึกมาก  มีชั้นดินแข็งหรือชั้นทรายในระดับความลึกที่ปลายเสาเข็มตอกลงไปถึง  การออกแบบจะให้ถ่ายแรงและน้ำหนักของตัวบ้านลงที่ปลายของเสาเข็มลงสู่ชั้นทราย  จะทำให้บ้านมีความแข็งแรงมาก  โอกาสเกิดการทรุดตัวจะมีน้อย
  • ดินที่อยู่ในบริเวณกรุงเทพฯ และปริมณฑลชั้นดินส่วนใหญ่จะเป็นดินเหนียว แต่ละทำเลจะมีชั้นดินแข็งหรือชั้นทรายที่ระดับความลึกแตกต่างกัน  สำหรับงานก่อสร้างที่มีโครงการใหญ่ๆ จะมีการเจาะสำรวจชั้นดินก่อนการออกแบบ  ข้อมูลเกี่ยวกับชั้นดินเราสามารถค้นหาได้ในเว็บไซต์ด้านวิศวกรรม เช่น www.saim-engineering.com หรือเว็บอื่นๆ แต่ที่สำคัญต้องให้วิศวกรรมเป็นผู้คำนวณและออกแบบเสาเข็มให้สามารถรับน้ำหนักได้สำหรับพื้นที่แต่ละเขต  สำหรับบ้านที่จำเป็นต้องก่อสร้างในที่ที่มีชั้นดินอ่อนมาก  การออกแบบจะใช้ฐานรากที่เป็นฐานแผ่ มีเสาเข็มจำนวนมากช่วยรับน้ำหนักขึ้นอยู่กับการออกแบบของวิศวกร
  • นอกจากนี้แล้วความมั่นคงแข็งแรงของตัวบ้านไม่ได้ขึ้นอยู่กับเสาเข็มอย่างเดียว ตัวงานโครงสร้างของบ้านต้องก่อสร้างได้มาตรฐาน  มีการตรวจสอบระหว่างการก่อสร้างให้ถูกต้องตามแบบ  ตั้งแต่งานตอกเสาเข็ม  งานฐานราก  งานเสา  งานคาน  งานพื้น  งานโครงหลังคา  ซึ่งเปรียบเสมือนโครงสร้างหลักของบ้าน  รวมทั้งงานสถาปัตยกรรม  งานก่ออิฐ  ฉาบปูน  งานผิวพื้น-ผนัง  หากก่อสร้างได้มาตรฐาน  ได้ดิ่งได้ฉาก  มีความสวยงาม  ยิ่งจะช่วยให้บ้านมีความน่าอยู่และแข็งแรง  อยู่อย่างมีความภาคภูมิใจและสบายใจ

Tags : เสาเข็ม วัสดุก่อสร้าง

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view